ประวัติของ…กีตาร์เบส…แบบละเอียด100%

ประวัติของเครื่องดนตรี “กีตาร์เบส”

เมื่อกล่าวถึง Bassline เริ่มเป็นที่รู้จักกันในวงการดนตรี โดยเริ่มได้ยิน เช่นในบทเพลงของ J.S. Bach ระหว่างปี 1685-1750 ซึ่ง bassline มีความ สำคัญเฉกเช่นเดียวกับในส่วนของ soprano , alto , tenor เลยที่เดียว โดยในดนตรีคลาสสิก และ ออเครสตร้า เสียงเบสจะถูกกำหนดขึ้นโดยเครื่องดนตรีที่มีชื่อว่า upright bass หรือ bass viola ซึ่งเป็นเครื่องดนตรีตระกูลเบสรุ่นแรกในโลก

ก่อนจะมาทำความรู้จักกับกีตาร์เบสเราต้องมาทำความรู้จักกับดนตรีแจ๊สกันก่อนเพราะเครื่องดนตรีชนิดนี้มีต้นกำเนิดมากจาก “ดนตรีแจ๊ส” หรือ “ดนตรีคลาสสิก”

ประวัติดนตรีแจ๊ส

ดนตรีแจ๊ซกำเนิดขึ้นมาจากพวกทาสนิโกร ที่เมืองนิวออร์ลีนแถบฝั่งแม่น้ำมิสซิปปี้ซึ่งนิโกรเหล่านี้พอว่างเว้นจากภารกิจก็จะร้องรำทำเพลงกันอย่างสนุกสนาน และคิดประดิษฐ์เครื่องดนตรีต่างๆมาใช้ประกอบการบรรเลง โดยการตบมือ ใช้ไม่ไผ่ทำป็นเครื่องเป่า ใช้หนังควายทำเป็นกลอง และใช้หางม้าเป็นค้นซอ เป็นต้น

banjo3ue6.gif

ปี ค.ศ. 1865 ซึ่งเป็นปีที่ประธานาธิบดีประกาศเลิกทาสได้สำเร็จ ในระยะนั้นพวกนิโกรมีอิสระในการที่จะกระทำใดๆ ได้อย่างเต็มที่ ด้วยเหตุที่พวกนิโกรมีใจรักดนตรีแต่ดั้งเดิมอยู่แล้ว จึงได้เก็บเอาเครื่องดนตรีที่เหล่าทหารไม่ใช้แล้วมาหัดบรรเลงกันโดยเล่นถูกบ้างผิดบ้าง และเหตุที่พวกนิโกรเป็นทาสที่ไม่มีความรู้ และอ่านน็ตไม่ได้ ฉะนั้นการบรรเลงดนตรีของพวกเขาจึงเป็นแบบต่างคนต่างเล่นเป็นแบบฮิตะโรโฟนีหรือในสมัยปัจจุบันเรียกว่าปฏิญาณ สำหรับเบสในสมัยนั้นเป็นดับเบิลเบสที่ใช้ในวงออร์เคสตรา

HUDSON_DOUBLE_BASS_SOLID_TOP.jpg image by baiijung<<<<ดับเบิลเบส

ปี ค.ศ. 1905 ดนตรีแจ๊ซในสมัยนั้นเรียกว่า แร็กไทม์ ซึ่งนิยมเล่นกันในกลุ่มนิโกร ต่อมาเมื่อเริ่มมีดนตรีของคนแอฟริกัน คือ Ragtime ( ดนตรีแนวเต้นรำของชาวแอฟริกัน) และ New Orleans Jazz โดยมีอุปกรณ์เสียงต่ำที่เล่นจาก brass bass และ tuba เนื่องจากเป็นการเล่นโดยใช้ลมหายใจในการเป่า ที่ใช้ tuba ในการเล่นเป็นจังหวะ 2 beat ใน 1 bar และนี่จึงเป็นจุดเริ่มต้นของเพลง jazz และเพลงเต้นรำ

Ragtime

เป็นดนตรีที่นิยมกันในช่วงระหว่าง 1890-1915 ลักษณะของแรกไทม์คือดนตรีสำหรับเปียโนที่ใช้จังหวะขัดเป็นหลัก เป็นเพลงในอัตราจังหวะ 2/4 หรือจังหวะมาร์ช ในขณะที่การบรรเลงเปียโนโดยมือขวาเป็นแนวทำนองที่ใช้จังหวะขัดมือซ้ายจะรักษาจังหวะตบในลักษณะของเพลงมาร์ชผู้ที่จัดเป็นราชาเพลงแรกไทม์ คือ สกอต จ๊อปลิน (Scott Joplin) เพลงเด่น ๆ เช่น เพลง Maple Leaf Rag

ปี ค.ศ. 1918 ดนตรีแบบแร็กไทม์ ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลาย จนได้พัฒนามาเป็นดนตรีแบบ ดิ๊กซีแลนด์

ปี ค.ศ. 1920 ดนตรีแบบดิ๊กซีแลนด์หรือ แร็กไทม์ ถูกเรียกใหม่ว่าดนตรีแจ็ส ( jazz) ในช่วงนี้ชาวอเมริกันซึ่งเป็นชนผิวขาวเริ่มนิยมเล่นดนตรีประเภทนี้ และมีลีลาหลากหลายมากขึ้น จนมีแบบใหม่เกิดขึ้น เช่น แบบชิคาโก และแบบ นิวยอร์คสวิง

เมื่อเพลงแจ๊ซมีการพัฒนาและเกิดการวิวัฒนาการขึ้นเป็นจังหวะ swing ในปี 1935 การแต่งและการเรียบเรียงดนตรีจึงเกิดมีความซับซ้อนและยุ่งยากตามมา แต่ในขณะนั้น ได้มีในงานดนตรีที่มีชื่อเสียงในวงการเพลงแจ๊ซ เช่น Duke Ellington , Count Basie and Benny Goodman และจังหวะแบบ 4 จังหวะ ใน 1 ห้องเพลง เริ่มเป็นที่แพร่หลายและนำไปใช้กันมากขึ้น ตั้งแต่ที่ brass bass ไม่สามารถที่จะเล่นในจังหวะนี้ได้ Acoustic upright bass จึงได้เป็นอุปกรณ์ชิ้นสำคัญที่ขึ้นมาแทนที่ brass bass อย่างไรก็ตาม Acoustic upright bass ก็มีข้อจำกัดของมันเองอยู่เหมือนกัน ในเรื่อง ของลำตัวที่ค่อนข้างใหญ่พกพายาก และมีน้ำเสียงที่ไม่สามารถดังดีพอและเหมาะสมในการเล่นร่วมกับวงดนตรีประเภท Big band ที่มีเครื่องดนตรีหลากหลายชิ้น เช่น brass จำนวน 7 ตัว ,เปียโน ,กีต้าร์ กลอง สิ่งนี้จึงมีการเกิดปัญหาต่อในหมู่คนเล่นเบส

ต่อมาจึงเป็นจุดเริ่มต้นของการประดิษฐ์ เบสไฟฟ้าขึ้นมาตัวแรกของโลก เบสไฟฟ้าตัวแรกของโลก ถูกประดิษฐ์ขึ้นมาโดย Clarence Leo Fender ในปี 1951 จากบริษัท Fender Musical Intrumental Company ร่วมกันผลิตเบสที่มีชื่อรุ่นว่า Precision bass โดย Leo Fender ได้ประดิษฐ์ขึ้นมาเพื่อการแก้ไขปัญหาของเบสรุ่นเก่าที่มีปัญหาในเรื่องของเสียงและขนาดที่ใหญ่ของ Acoustic upright bass ซึ่งเขาได้ตั้งชื่อรุ่นว่า Precision bass เพื่อให้สอดคล้องกับจุดมุ่งหมาย ที่แปลว่า “เบสที่มีความกระชับ ” โดยมีการใช้เฟร็ทติดลงบน Fingerboard และ แก้ไขในเรื่องของน้ำเสียงให้ดีขึ้น

<<<<Leo Fender

Leo Fender กล่าวว่า “พวกเราต้องให้ความเป็นอิสระแก่มือเบสจาก Acoustic upright bassการผลิตเบสจึงเป็นการเกิดอุตสาหกรรมการผลิตเบสขึ้นเป็นครั้งแรก โดยความร่วมมือกับ George Fullerton Precision Bass รุ่นนี้มีการสร้างเฟรทที่ลำคอ มีลักษณะเป็น slab-bodied และ มี 34″ scale ต่อมาเบสรุ่นนี้จึงเป็นที่นิยมในหมู่นักดนตรีระดับโลก ในทุก ๆ แขนงทางดนตรี เช่น Monk Montgomery ,Shifti Henri ,Dave Myers

จากการทดลองของ ลอยด์ ลอร์ และคณะเป็นจุดเริ่มต้นของกีตาร์ไฟฟ้า และในเวลาต่อมาได้พัฒนาดับเบิลเบส มาเป็นกีตาร์เบสไฟฟ้าใช้กันในปัจจุบัน

วงของ Vibist Lionel Hampton นับเป็นรุ่นแรกที่นำ P-Bass ไปใช้ในการแสดง โดยมือเบสของเขา คือ Roy Johnson และเบสตัวนี้มีเสียงที่ออกมาได้อย่างน่าทึ่งมาก จากคำวิจารณ์ของ Leonard Feather ซึ่งได้เขียนในนิตยสาร Down Beat เมื่อ 30 กรกฎาคม 1952 หลังจาก Roy Johnson ออกจากวงของ Hampton Monk Montgomery จึงเป็นบุคคลแรกที่สามารถสร้างชื่อเสียงขึ้นจากเบสตัวนี้ แต่เขาก็ยังคงใช้ upright bass ในการเล่นควบคู่กันไปในวงของเขา กับมือกีตาร์คือ Wes Montgomery (มือกีตาร์ฝีมือดีแห่งวงการ) ซึ่งเป็นน้องชายเขา

นอกจากนี้ นักดนตรี Blues ก็นำเอาเบสรุ่นนี้ไปใช้ในบทเพลงเช่นเดียวกัน โดยในปี 1958 Dave Myers ได้นำ Precision Bass ไปใช้ในการบันทึกเสียงเบส ที่สร้างความสำเร็จให้แก่นักดนตรี Blues สมัยนั้นอย่างมากมาย โดย เขาได้พูดขึ้นเมื่อเดือนธันวาคม ปี 1998 ว่า “ผมสร้างความประสบความสำเร็จให้กับ Fender Bass..”

อ้างอิงจาก::http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%81%E0%B8%B5%E0%B8%95%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%8C%E0%B9%80%E0%B8%9A%E0%B8%AA

http://purge-guitar.us.tripod.com/about/historybass.htm

About these ads

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s